วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

ประจำเดือนบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพของเราได้บ้าง?

"ประจำเดือนบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพของเราได้บ้าง?"


          เรื่องของประจำเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวสาวๆทุกคน รู้ไหมว่าประจำเดือนสามารถบอกข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพของเราได้ หากสังเกตได้ถึงอาการผิดปกติ เช่น อาการปวด เลือดมามากน้อยผิดปกติ หรือสีประจำเดือนที่เปลี่ยนไป ก็อาจเป็นไปได้ว่าสุขภาพของคุณไม่ปกติ และนี่คืออาการที่อาจทำให้คุณรู้ว่าคุณกำลังมีปัญหาสุขภาพ

     อาการปวดประจำเดือน
          หากมีอาการปวดเล็กๆน้อยๆในช่วงที่มีประจำเดือนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ถ้าปวดติดต่อกันนานหลายวันคุณควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายเนื่องจากโรคบางอย่างนั้นเกี่ยวข้องกับอาการปวดประจำเดือน

     อาการปวดประจำเดือนที่เกี่ยวเนื่องกับพยาธิสภาพทางกาย
          อาการปวดประจำเดือนที่ทำให้เกิดการเกร็งในช่องท้องจะถูกเรียกว่า Dysmenorrhea ซึ่งเกิดจากระดับฮอร์โมนโพรสตาแกลนดินสูงเกินไปและเป็นปัญหาทั่วไปของผู้หญิงเกินกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

     เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
          เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จะทำให้เกิดอาการปวดเกร็งโดยเฉพาะบริเวณอุ้งเชิงกรานประมาณสองวัน มีผู้หญิงประมาณร้อยละ ๑๐ ที่ประสบกับอาการแบบนี้


     สีและปริมาณของประจำเดือน
          สีของประจำเดือนสามารถแบ่งออกได้เป็นสามประเภท

            แยมสตรอว์เบอร์รี่
         หากประจำเดือนของคุณมีสีอ่อนคล้ายกับแยมสตรอว์เบอร์รี่ก็อาจเป็นตัวบ่งชี้ถึงระดับเอสโตรเจนต่ำซึ่งเป็นเหตุให้ประจำเดือนมาช้าและมาน้อย นอกจากนี้ก็อาจเป็นผลมาจากการรับประทานยาคุมกำเนิด

               บลูเบอร์รี่
         การที่ประจำเดือนมีสีและลักษณะเหมือนกับบลูเบอร์รี่นั้นหมายถึงระดับเอสโตรเจนสูงและมักจะทำให้ประจำเดือนมามากกว่าปกติ

                น้ำแครนเบอร์รี่
       หากประจำเดือนของคุณมีสีแดงคล้ายกับน้ำแครนเบอร์รี่ก็หมายความว่าคุณมีระดับฮอร์โมนที่สมดุลและปกติดีมาก ปริมาณประจำเดือนจะไม่มากหรือน้อยเกินไปแถมยังมาและหมดตรงเวลาอีกด้วย

            กะปริดกะปรอย
      ประจำเดือนกะปริดกะปรอยนับว่าเป็นอาการที่ผิดปกติซึ่งอาจหมายความว่าคุณกำลังประสบกับปัญหาสุขภาพร้ายแรงบางอย่างและคุณต้องไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

            สาเหตุหลักของอาการประจำเดือนกะปริดกะปรอยได้แก่

         -    ความเครียด
         -    การติดเชื้อทุกประเภทไม่เฉพาะแค่กามโรคเท่านั้น
         -    ฮอร์โมนเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนไม่สมดุลซึ่งเกิดจากการรับประทานยาคุมกำเนิด ปัญหาต่อมไทรอยด์ และถุงน้ำรังไข่ผิดปกติ
         -    โรคมะเร็ง เช่น มะเร็งรังไข่ มดลูก ปากมดลูก และช่องคลอด

ขอบคุณแหล่งที่มา : https://blog.eduzones.com/advisor/169445


ขอบคุณค่ะ










ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น