วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

บุญมหาสังฆทาน

"การถวายทานกับพระองค์ ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่าสังฆทาน ๑ ครั้ง"



          วันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๙ ณ วัดพานทา ตำบลโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ได้มีการจัดงาน “บุญมหาสังฆทานและอบรมศีลธรรมวัฒนธรรมประชาชนประจำตำบล (อ.ป.ต.) และ (อ.ป.อ)  ภายในงานมีพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลมาร่วมทำบุญกันอย่างมากมาย “สังฆทาน” คือ ทานที่ตั้งใจถวายแก่สงฆ์หรือผู้แทนของสงฆ์ ไม่จำเพาะเจาะจงรูปใดรูปหนึ่ง หากถวายโดยเจาะจง เรียกว่า ‘บุคลิกทาน’ ดังนั้น สังฆทานมีอานิสงส์มากกว่าบุคลิกทาน เพราะผู้ถวายมีจิตใจที่กว้างขวาง ไม่เจาะจงว่าจะเป็นภิกษุรูปใด เป็นการแสดงถึงความตั้งใจจะถวายด้วยศรัทธาอันเป็นสาธารณะ




  ดังนั้น การทำบุญเลี้ยงพระในงานต่างๆ การไปทำบุญตักบาตรที่วัด การใส่บาตรพระที่เดินบิณฑบาต หากไม่จำเพาะเจาะจงพระรูปใดรูปหนึ่ง นับเป็นสังฆทานทั้งสิ้น และการสวดปาฏิโมกข์  เป็นทั้งสังฆกรรมตามพระวินัย  และเป็นกิจสงฆ์ที่สำคัญอย่างหนึ่ง ผู้ที่บวชในพระพุทธศาสนา ควรมีโอกาสได้ร่วมฟัง




  บรรยากาศภายในวัดอบอวลไปด้วยแรงบุญและมีอากาศเย็นสบายและร่มรื่น ภายในวัด มีการจัดสถานที่เป็นสัดส่วน ในด้านพิธีกรรมต่างๆ จะจัดอยู่ภายในศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นอาคารอเนกประสงค์ในงานสถาปัตยกรรมไทย ซึ่งก่อสร้างในเขตสังฆาวาส ในบริเวณวัด เพื่อใช้ประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ทางพุทธศาสนา แต่เดิมนั้นใช้เป็นสถานที่เพื่อการเรียนของสงฆ์เท่านั้น แล้วจะมีศาลาอเนกประสงค์ที่จัดไว้สำหรับตั้งโต๊ะไว้ให้ผู้คนร่วมกันรับประทานอาหาร และบริเวณลานวัดได้มีการตั้งเต็นท์ ตั้งโต๊ะ ให้พุทธศาสนิกชนหรือประชาชน คนในชุมชนที่มีจิตศรัทธาที่จะจัดตั้งโรงทาน โรงทาน หมายถึง  สถานที่แจกจ่ายอาหารแก่คนทั่วไปเป็นการกุศล หรือ โรงสำหรับทำทาน เพื่อร่วมทำบุญกับทางวัด ให้ผู้คนที่มาร่วมงานและทำบุญได้รับประทานอาหาร ให้อิ่มท้อง  ในสมัยปัจจุบัน การตั้งโรงทานในวัดเนื่องใน โอกาสต่างๆนั้น จุดประสงค์ก็คือต้องการแบ่งเบาภาระเรื่องอาหารของทางวัด เพราะหากไม่มีโรงทาน ทางวัดก็ต้องสิ้นเปลืองเงินทองจัดหาอาหารมาเลี้ยงคนที่มาที่วัด ยิ่งโดยเฉพาะช่วงที่มีงานใหญ่ๆโตๆ คนมางานกันเยอะ ถ้าไม่มีโรงทาน ภาระหนักก็จะตกอยู่กับทางวัด


 



          ซึ่งการตั้งโรงทานในวัดนั้น เป็นการเปิดกว้างให้คนทุกชั้นทุกวรรณะ ไม่ว่าจะยากดีมีจนก็มีสิทธิมารับประทานอาหารได้ บางครั้งอาหารที่เรามาตั้งโรงทาน เราก็แบ่งส่วนหนึ่งไปถวายเพล ไปเลี้ยงพระ ซึ่งก็ไม่ได้มีข้อห้ามอะไรว่า อาหารที่เราตั้งโรงทาน จะต้องเลี้ยงคนที่มาที่วัดเท่านั้น จะนำไปเลี้ยงพระไม่ได้ เพราะฉะนั้น หากมองในภาพรวมแล้ว การตั้งโรงทานในวัดนั้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะคนยากคนจน ไม่ได้จำกัดเฉพาะลูกศิษย์วัด ใครจะเดินเข้ามากินก็ได้ ที่สำคัญเป็นการร่วมทำบุญกับทางวัด ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ การตั้งโรงทานในวัดจึงได้อานิสงส์มากกว่าตั้งโรงทานเพื่อเลี้ยงคนยากคนจนเพียงอย่างเดียว พอตกบ่ายก็เป็นอันเสร็จพิธี ข้าพเจ้าพร้อมด้วยเพื่อนๆในสาขาภาษาไทย ปี๒ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดเก็บสถานที่ เก็บโต๊ะ เก็บเก้าอี้ เก็บขยะในบริเวณวัด รวมทั้งเศษอาหารต่างๆ และได้ปัดกวาด ทำความสะอาดศาลาการเปรียญ และศาลาอเนกประสงค์ พร้อมทั้งช่วยกันทำความสะอาดถ้วยจาน ช้อนซ้อม และอื่นๆอีกมากมาย ในมหาบุญกุศลนี้ส่งผลทำให้ ประชาชนทุกคนที่มาร่วมงานพร้อมทั้งข้าพเจ้าเอง ได้ อิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจที่เป็นบุญกุศล





ขอบคุณค่ะ






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น