วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2559

เกี่ยวกับผู้เขียน

"ประวัติส่วนตัวของผู้เขียน"



ชื่อนางสาวรวีวรรณ  ขวัญพินิจ ชื่อเล่น โอห์ม รหัสนักศึกษา ๕๘๑๐๗๘๗๐๘๑
เกิดวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๓๙ อายุ ๑๙ ปี
อยู่บ้านเลขที่ ๑ หมู่ ๒ ตำบลหนองฉลอง อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ๓๓๑๔๐

ประวัติการศึกษา
- ระดับประถมศึกษา สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนิคม ๔ (กรมประชาสงเคราะห์)
อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
- ระดับมัธยมศึกษา สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนขุขันธ์ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ
- ปัจจุบันกำลังศึกษาระดับอุดมศึกษา ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ 
คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ ๒



เส้นทางการติดต่อ


Facebook : Raweewan Kwanpinit
E-mail : rawewan.kwan58@sskru.ac.th
            : raweeworke@gmail.com
เบอร์โทรศัพท์ : ๐๘๓-๑๔๙๓๘๒๙




ขอบคุณค่ะ





ปักแผ่นเฟรม

"ปักแผ่นเฟรม"

     วันนี้...ข้าพเจ้าจะมาแนะนำ งานที่ข้าพเจ้าทำอยู่จะเรียกว่างานพาร์ทไทม์
หรืองานที่รับมาทำที่บ้านก็ได้   ที่ไปที่มาของงานนี้คือ ในบางวันบางเวลาข้าพเจ้ารู้สึกว่า
เรามีเวลาว่างค่อนข้างมาก จึงนึกขึ้นได้ที่จะหาเงินหางานทำ แต่ด้วยเนื่องจากข้าพเจ้า
ไม่สะดวกที่จะออกไปทำงานข้างนอก จึงลองคิดหางานที่เราสามารถทำที่ไหนก็ได้
ทำในตอนเวลาว่าง ทำที่บ้านได้ จึงลองค้นหางานในอินเตอร์เน็ต ก็ไปเจอกับ
งานปักแผ่นเฟรมเข้า จึงอยากลองทำ งานนี้เป็นงานที่ใช้ฝีมือ ด้านเย็บปักถักร้อย
ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจลองทำดู แล้วติดต่อไปยังกลุ่มเจ้าของร้านที่ต้องการชิ้นงานแผ่นเฟรม
ในงานนี้ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควรในการทำแต่ละชิ้น ใช้ความละเอียดความใส่ใจ
และต้องใจเย็น รายได้ต่อแผ่นค่อนข้างน้อยมาก แต่ข้าพเจ้าก็ดีใจ อย่างน้อยเราก็มีรายได้
ถึงจะไม่มาก แต่เราก็สามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อช่วยพ่อแม่หาเงิน





 อุปกรณ์การทำ




แผ่นเฟรม



ไหมพรม




กรรไกร




เข็ม


วิธีการปักแผ่นเฟรม


๑.  การเริ่มต้น




สอดไหมพรมขึ้นตามช่องของแผ่นเฟรม
โดยปลายของไหมพรมให้จับไว้ด้านหลัง



๒. การถัก




สอดไหมพรมเอียงไปทางด้านเดียวกัน ตามลำดับ
โดยให้ทับปลายไหมพรมที่ด้านหลังไว้ 
ไม่ให้ปลายไหมพรมหลุด
ถักไปประมาณ 5-6 ช่อง ให้ตัดไหมพรมส่วนที่เหลือด้านหลังทิ้ง
ถักไขว้กลับมาให้เป็น กากบาท







3.  การต่อไหมพรม




สอดไหมพรมเหมือนกับการเริ่มต้น
โดยปลายของไหมพรมทั้ง 2 เส้น ให้รวมไว้ด้วยกัน



4. การจบงาน




สอดไหมพรมกลับเข้ามาดึงไหมให้ตึง แล้วตัดส่วนที่เหลือทิ้งไป












๒๐ วิธีแต่งหน้าแบบผิดๆ ที่ควรเลิกซะตั้งแต่ตอนนี้ EP๒

๒๐ วิธี แต่งหน้าแบบผิดๆ...ที่ควรเลิกซะตั้งแต่ตอนนี้!!
จากครั้งที่แล้วที่เราได้พูดถึงเทคนิควิธีการที่ไม่ควรทำในการแต่งหน้าไป
๑๐ ข้อแล้ว เรามาลุยกันอีก ๑๐ ข้อที่เหลือกัน จะมีอะไรบ้าง ไปกันเลยย



๑๑. ไม่ลงไพรเมอร์ ก่อนทาอายแชโดว์แบบมีกลิตเตอร์
สาวๆบางคนอาจจะบอกว่าไม่ชอบอายแชโดว์แบบมีกลิตเตอร์เอาซะเลย...
นั่นแปลว่าสาวๆต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างเป็นแน่ เพราะอายแชโดว์
แบบมีกลิตเตอร์สามารถทำให้ดวงตาคู่สวยของสาวๆดูมีมิติ
ดูเป็นประกาย ทำให้ชวนมองมากขึ้น






แต่ถ้าไม่ชอบเพราะกลิตเตอร์มักจะร่วงหล่นมาบนใบหน้าหล่ะก็
 แก้ไขโดย ใช้ไพรเมอร์ลงให้ทั่วเปลือกตาก่อนลงอายแชโดว์
 เพียงเท่านี้ เศษกลิตเตอร์วิ้งๆก็จะไม่กวนใจสาวๆอีกต่อไป



๑๒. ไม่เซตคอนซีลเลอร์ให้อยู่ตัวซะก่อน
ถ้าสาวๆคิดว่าลงคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดรอยสิว รอยดำ 
แผลเป็น หรือรอยหมองคล้ำ เพียงแค่ตบเบาๆเป็นอันเสร็จพิธี 
แล้วตามด้วยการแต่งหน้าต่อเลยนั้น เป็นความคิดที่ผิดมหันต์เลยค่ะ


         


เพราะเมื่อลงคอนซีลเลอร์แล้วควรตามด้วยแป้งฝุ่นเพื่อให้
คอนซีลเลอร์ได้เซตตัว หาไม่แล้ว...ที่ลงคอนซีลเลอร์มาก็เปล่าประโยชน์
เพราะไม่สามารถช่วยปกปิดอะไรได้เลยนะจ๊ะ



๑๓. ดัดขนตาทั้งที่ปัดมาสคาร่าแล้ว
สาวๆคนไหนทำอยู่...เลิกด่วนๆ ทันทีเลยคะ!


  


เพราะการดัดขนตาทั้งที่ปัดมาสคาร่าแล้วนั้น 
จะทำให้ขนตาสวยๆ หัก หลุดร่อน หลุดร่วง 
แถมเนื้อมาสคาร่าก็ไปติดหนึบอยู่กับที่ดัดขนตาอีกด้วย 
ไม่อยากให้ขนตาหัก หลุดร่วงแบบไม่ตั้งใจเพราะอยากขนตาเด้ง 
เลิกทำแบบนี้ด่วนๆคะ   




๑๔. ปัดแก้มแบบผิดๆ
การปัดแก้มอาจจะยังเป็นปัญหาสำหรับสาวๆบางคน
 เพราะเราไม่อยากให้สาวๆถูกล้อว่าปัดแก้มแดงเหมือนตูดลิง(แต่บางคนก็ชอบนะ)  


             


วิธีง่ายๆคะ เพียงแค่สาวๆลองยิ้มกับกระจก 
แล้วเริ่มปัดบรัชออนไล่สีจากเข้มมาอ่อนมาตามแนวของ 
 โหนกแก้ม โดยให้สีอ่อนอยู่บริเวณพวงแก้ม 
เพียงแค่นี้ปัดแก้มยังไงก็ไม่มีพลาดแล้วหล่ะคะ



๑๕. ทาเล็บซ้ำๆ ทาทับสีเดิมโดยไม่ล้างออกก่อน
เป็นการก่อวินาศกรรมให้แก่เล็บสาวๆอย่างร้ายแรงเลยนะคะ 
ใครทำอยู่ลด ละ เลิกเถอะคะ


   


เพราะการทำแบบนี้เสมือนเป็นการยัดเยียดสารเคมี
ซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้แก่เล็บ ทำให้เล็บอ่อนแอลง หรือคิดง่ายๆ
ก็เหมือนเวลาที่สาวๆแต่งหน้าหรือเติมหน้าเพิ่มเข้าไปทั้งๆ
ที่ไม่ได้ล้างหน้า คิดได้แบบนี้แล้ว...อย่าเผลอทำอีกนะคะ




๑๖. แต่งหน้าในที่แสงสว่างไม่เพียงพอ 

มันอาจฟังดูแปลกถ้าสาวๆจะนั่งแต่งหน้าโดยหันหน้าออกไป
ทางระเบียงหรือหน้าต่าง แต่นั่นจะทำให้การแต่งหน้าของสาวๆผิดพลาดน้อยที่สุด



        
     

ก็เพราะว่า...ถ้าแต่งหน้าในที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ 
หรือแสงสว่างที่จ้าเกินแสงธรรมชาติ สาวๆอาจจะเผลอโบ๊ะหน้าหนาเกินไป 
หรือรีบแต่งอย่างลวกๆแบบขอไปที แต่เมื่อออกไปเจอแสงปกติ
จากธรรมชาติ  อาจส่งผลให้หน้าสาวๆดูลอยเว่อร์ ขาวโบ๊ะ 
หรือดูขาววอกเกินไป จนอาจทำให้หมดความมั่นใจได้นะคะ




๑๗. เก็บเครื่องสำอางไว้จนนานเกินไป

หากคุณเป็นหนึ่งในสาวที่ใช้เครื่องสำอางอย่างประหยัด 
หรือใช้ยังไงก็ไม่หมดซักที ใช้มาตั้งแต่เรียนมหาลัย 
จนทำงานก็ยังไม่หมด หลีกเลี่ยงเถอคะ  




เพราะเครื่องสำอางมีอายุเพียงแค่ ๒ ปี เท่านั้น!! 
แต่ถ้ายังผืนพยายามใช้ต่อไปอาจไม่เป็นผลดีต่อผิวพรรณของสาวๆ 
เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการแพ้แล้ว ยังเป็นบ่อเกิดของริ้วรอย 
ทำให้หน้าแก่เร็วอีกด้วยนะ



๑๘. เลือกคอนซีลเลอร์ผิดเฉดสี

การเลือกใช้คอนซีลเลอร์ที่ที่ดูอ่อนกว่าสีผิวจริง
อาจจะทำให้รู้สึกดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว....


        


หากเลือกสีที่ไม่เหมาะกับสีผิวจริง แทนที่จะปกปิดจุดบกพร่อง 
กลับกลายเป็นการเสริมให้จุดด้อยที่ ต้องการปกปิด
กลายเป็นจุดเด่นขึ้นมาแทนได้




๑๙. ดึงด้ามมาสคาร่าเข้าๆออกๆ

ถ้าสาวๆคิดว่า...การดึงด้ามมาสคาร่าเข้าๆออกๆจะเป็น
การจุ่มให้มาสคาร่าติดกับแปรงออกมาให้พอดีๆ 
นั่นคิดผิดแล้วคะ...เพราะยิ่งดึงเข้าดึงออก ยิ่งทำให้อากาศเข้าไป
ในมาสคาร่ามากขึ้น แล้วยังทำให้เนื้อมาสคาร่า
แข็งตัวจับกันเป็นก้อนเร็วขึ้นไปอีก!!




วิธีแก้ให้กลับมาใช้งานได้อีก เพียงแค่หยดน้ำตาเทียม
หรือน้ำยาหยอดตาลงไปในหลอดหรือนำแท่งมาสคาร่า
ไปแช่ในภาชนะที่ใส่น้ำร้อน(ไม่ใช่น้ำเดือดๆนะ) ก็จะช่วยให้มาสคาร่า
กลับมาเหลวใช้ได้อีกครั้ง แต่ถ้าแห้งเกินเยียวยาก็ลงทุนซื้อใหม่จะดีกว่านะคะ




๒๐. เลือกใช้ไพรเมอร์ไม่เข้ากันกับรองพื้น

นี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาในการแต่งหน้าของสาวๆ นั่นคือผิวหน้า
เป็นคราบและไม่เรียบเนียนทั้งที่ใช้ไพรเมอร์และรองพื้นแล้ว
 แต่ที่เกิดปัญหาก็เพราะการใช้ไพรเมอร์กับรองพื้นไม่เข้ากัน


   


ทางที่ดีสาวๆควรเลือกใช้ไพรเมอร์ชนิดน้ำกับรองพื้นชนิดน้ำ
 ส่วนไพรเมอร์ชนิดซิลิโคนเหมาะกับรองพื้นชนิดทั่วไป 
เพียงจับคู่ให้เหมาะสมกันเท่านี้หน้าก็เรียบเนียนแล้วก็ไม่เป็นคราบแล้วคะ




ตอนนี้สาวๆก็รู้กันแล้วว่าอะไรบ้างที่ไม่ควรทำ 
ถ้าทำอยู่ก็ควรหยุดซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่านะคะ เพื่อผิวหน้าสวยๆ
และเพื่อตัวสาวๆเองคะ ชอบใจกดไลค์แล้วแชร์ต่อให้เพื่อนสาวได้ลด ละ เลิก 
ซะตั้งแต่ตอนนี้ไปด้วยกันนะคร่าาาาา 




ขอบคุณแหล่งที่มา : http://saroop.net/topic-1270























๒๐ วิธีแต่งหน้าแบบผิดๆ ที่ควรเลิกซะตั้งแต่ตอนนี้ EP๑

         "๒๐ วิธี แต่งหน้าแบบผิดๆ...ที่ควรเลิกซะตั้งแต่ตอนนี้!!"


          ในยุคปัจจุบันสาวๆในสมัยนี้ หันมารักสวยรักงามกันมากขึ้น 
ดูแลตัวเองกันมากขึ้นจึงทำให้เกิดผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแล
บำรุงผิวหน้า ผิวกาย และมีเครื่องสำอางค์ ในการเสริมสวย

การแต่งหน้าจึงเป็นอีกทางหนึ่งที่เสริมสร้างความมั่นใจ
ให้กับตนเองมากขึ้น
การแต่งหน้าให้สวยงามมีขั้นตอน เทคนิค
วิธีการที่มากมายหลากหลาย ตามความถนัด
ของแต่ละบุคคล ซึ่งในวันนี้เราจะมาพูดเกี่ยวกับวิธีต้องห้าม
ในการแต่งหน้า




          ขณะที่สาวๆมุ่งมั่นหรือคาดหวังที่อยากจะแต่งหน้าให้ออกมาสวยและดูดี แต่อาจจะลืมหรือข้ามขั้นตอนดีๆบางอย่างไป
โดยที่ไม่รู้ตัว ทำให้การแต่งหน้าออกมาไม่สวยดั่งใจ

ลองมาสำรวจกันหน่อยมั้ยคะสาวๆ ว่ามีข้อไหนที่กำลังทำอยู่บ้าง
จะได้เลิกทำซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่าคะ!!  



          ๑. ไม่ทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า...เลย
         อย่าลืมว่าการไม่ทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า
จะเป็นการสะสมของเชื้อโรค แบคทีเรีย
หรือแม้แต่ฝุ่นละอองต่างๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้ผิวสวยๆ
เกิดสิว หรือผื่นคัน 


                       
         

ไม่เพียงแค่นั้น เวลาที่หยิบแปรงมาใช้งาน 
สีที่ได้มักจะออกมาผิดเพี้ยนไปจากเดิมได้



          ๒. ทาบรอนเซอร์ทั่วหน้า
        ถ้าสาวๆอยากให้ผิวหน้าแลดูสวยเปล่งปลั่งเหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้าแล้วหล่ะก็...อย่าได้พลาดลงบรอนเซอร์ทั่วหน้าเป็นอันขาด เพราะเป็นการทำร้ายตัวเองชัดๆ


     


          ควรเลือกลงบรอนเซอร์ที่มีประกายที่บริเวณสันจมูก โหนกแก้ม คาง 
และหน้าผากก็เพียงพอแล้ว เพื่อให้ได้ลุคที่ใกล้เคียงกับสีผิวจริง
มากที่สุด จะได้ไม่ดูหลอกตาคะ 




          ๓. ทดลองสีของรองพื้นที่หลังมือ
          เลิกทำแบบนี้เด็ดขาดเลยนะคะสาวๆ เป็นวิธีที่ผิดสุดๆเลย 
พราะอะไรหน่ะเหรอ...ก็เพราะสีผิวบน ใบหน้าและหลังมือมันคนละสีกันน่ะสิจ๊ะ 
ลองผิดลองถูกได้รองพื้นใหม่มาใช้กลายเป็นสาวหน้าวอกไม่เวิร์คนะจ๊ะ  


                         
         
           
         วิธีที่ดีที่สุดคือทดลองสีของรองพื้นที่ต้องการบริเวณแนวขากรรไกรเป็นดีที่สุด 
แล้วสาวๆก็จะรองพื้นสีที่เหมาะกับสีผิวมากที่สุดด้วยคะ   




          ๔. หลับไปพร้อมเครื่องสำอางบนหน้า
         ในใจสาวๆอาจจะมีเสียงดังขึ้นมาว่า "รู้แล้วน่า ว่ามันไม่ดี 
แต่งีบแป๊บนึงได้ป่ะ"  แล้วหลังจากนั้นรู้สึกตัวอีกทีก็เช้าซะแร๊ะ 
ปรับปรุงพฤติกรรมใหม่ซะตั้งแต่บัดเดี๋ยวนี้ เพราะมันไม่เพียง
ก่อให้เกิดสิว แต่ยังเป็นสุดยอดแห่งการสร้างริ้วรอย
ทำให้หน้าดูแก่เร็วขึ้นอีกนะ


    


         เพราะการทำความสะอาดใบหน้าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้
ผิวของสาวๆสดชื่นและดูอ่อนกว่าวัย ได้เวลาเลิกนิสัยไม่ล้างหน้า
ก่อนนอนกันแล้วหล่ะคะ




          ๕. ลงคอนซีลเลอร์ใต้ตาผิดวิธี


       


           ลงคอนซีลเลอร์ใต้ตา ให้เป็นลักษณะรูปสามเหลี่ยมคว่ำเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ 
ดังรูปด้านล่างซึ่ง เป็นวิธีที่ถูกต้องในรูปฝั่งซ้ายมือ และฝั่งขวามือที่ลงเป็นแนวยาว
จากหัวตาไปหางตา เป็นการลงคอนซีล เลอร์ที่ผิดวิธีคะ
อย่าได้เผลอลงคอนซีลเลอร์แบบนี้กันอีกนะคะ


  




๖. ใช้ลิปไลน์เนอร์เขียนเฉพาะขอบปาก
เหยียบเบรคด่วนๆเลยคะ เว้นซะแต่สาวๆอยากกลับไปแต่งหน้า
สไตล์สาวยุค ๙๐ถ้าไม่อยากเป็นสาวหลงยุคแนะนำว่าให้หยุด
การเขียนเฉพาะขอบปากซะ 


 


แล้วเปลี่ยนมาลงลิปไลน์เนอร์ทั้งปากก่อนที่จะทาลิปสติกตาม
อีกชั้นดีกว่าคะ  เพื่อสีที่เด่นชัด และติดทนนาน




๗. ใช้มาสคาร่าชนิดกันน้ำทุกวัน
มาสคาร่าชนิดกันน้ำช่วยให้สาวๆไม่แปลงร่างเป็นหมีแพนด้า
ได้ก็จริง แต่รู้หรือไม่ว่า...




การใช้มาสคาร่าชนิดกันน้ำตลอดเวลา ทำให้ขนตาของสาวๆ
แห้งกระด้างหนักเข้าขนตาก็หลุดร่วงได้ง่าย ยิ่งเวลาทำความสะอาด 
ต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติต้องเบามือหน่อย 
ถ้าเผลอเช็ดแรงๆเข้า ริ้วรอยรอบดวงตาจะมาเยือน
เร็วกว่ากำหนดได้นะคะ




๘. ไม่ลง base coat ทุกครั้งก่อนทาเล็บ 
สงสัยบ้างมั้ยว่า...ทำไมทาเล็บทีไรอยู่ได้ไม่กี่วันก็ลอกซะแล้ว 
และนี่คือเหตุผลที่สีเล็บหลุดลอกอย่างรวดเร็ว ก็เพราะสาวๆ
มักจะไม่ทาเบสโค้ตก่อนลงสีเล็บจริงไงคะ





เพราะเจ้าเบสโค้ตเป็นตัวปกป้อง บำรุง และเคลือบเล็บก่อน 
และช่วยป้องกันสารเคมีต่างๆที่มากับน้ำยาสีทาเล็บสวยๆ 
อีกทั้งยังช่วยให้สีที่ทาติดคงทน สีสวยเงางามเด่นชัดขึ้นอีกด้วย




๙. ใช้แปรงไม่เหมาะกับเครื่องสำอางที่ใช่อยู่ 





สาวๆอาจจะไม่เคยสงสัยกันเลยว่าแปรงแต่งหน้าที่ใช้กันอยู่
ควรเลือกใช้แยกประเภทกัน ถ้าหากเป็นแปรงที่ทำมาจากขนสัตว์ธรรมชาติ
เหมาะที่จะใช้กับเครื่องสำอางประเภทฝุ่นหรือแป้ง 
แต่ถ้าเป็นแปรงที่ไม่ใช่ขนสัตว์ธรรมชาติ
ควรใช้กับเครื่องสำอางประเภทเนื้อครีมเท่านั้น



๑๐. ลงรองพื้นหนาเกินไป



นอกจากจะเลือกสีของรองพื้นให้เหมาะกับสีผิวของสาวๆแล้ว 
การลงรองพื้นก็ถือว่าสำคัญเช่นเดียวกัน ควรลงให้ดูเป็นธรรมชาติ 
สีผิวเรียบเนียนดูสม่ำเสมอส่วนที่คิดว่าโบ๊ะรองพื้นหนาๆจะช่วยปกปิดจุด
ที่บกพร่องได้นั้น ลืมไปได้เลยคะเพราะนอกจากจะทำให้หน้า
ดูลอยเด่นมากกว่าคอแล้วยังดูเหมือนใส่หน้ากาก
ตลอดเวลาอีกด้วยนะ


วันนี้เราพูดถึงขั้นตอนที่ห้ามในการแต่งหน้าเพียง ๑๐ ขั้นตอนก่อน
โอกาสหน้าเราจะมาเพิ่มเติมอีก ๑๐ ข้อที่เหลือ สวัสดีค่ะ




ขอบคุณแหล่งที่มา : http://saroop.net/topic-1270
























การรำ



 ว่าด้วยเรื่อง "การรำ"
          วันนี้ของข้าพเจ้า...ได้มีโอกาสไปร่วมรำ แสดงในงานการประกวด ดาว-เดือน-กาแล็กซี่ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ ๒๑ กันยายนนี้ ซึ่งการรำในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้รำเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งในด้านการแสดงนี้ข้าพเจ้าก็ได้ผ่านมาหลากหลาย ทั้งการเต้น แสดงละครเวที แต่ข้าพเจ้าไม่เคยได้รำเท่าไหร่เลย 
    ในครั้งนี้ข้าพเจ้ารู้สึกว่าคนที่เขารำได้สวย มีวิชาทางนาฏศิลป์ ช่างน่านับถือจริงๆ การรำต้องจำกระบวนท่าให้ได้ และการเข้าจังหวะค่อนข้างยาก ต้องฟังจังหวะให้แม่น และย่อยกย้ายให้เข้าจังหวะ ซึ่งข้าพเจ้าใช้เวลาค่อนข้างนานทีเดียว
   
          ในเมื่อเรามีโอกาสได้รำแล้ว...จึงอยากจะเอาเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการรำมากฝากกันค่ะ

          การรำ คือ การแสดงท่าเคลื่อนไหวโดยมีลีลาและแบบท่าเข้ากับจังหวะเพลงร้องหรือเพลงดนตรี เช่น รำฉุยฉาย รำสีนวล ถ้าถืออาวุธหรือสิ่งของประกอบก็จะเรียกตามอาวุธและสิ่งของ เช่น รำดาบ รำพัด เป็นต้น


  






          รำ หมายถึง การแสดงที่มุ่งความงามของการร่ายรำ เป็นการแสดงท่าทางลีลาของผู้รำ โดยใช้มือแขนเป็นหลัก
          ๑. รำเดี่ยว คือ การรำที่มีผู้แสดงเพียงคนเดียว จุดมุ่งหมายเพื่อแสดงศิลปะการร่ายรำ อีกทั้งอวดฝีมือในการร่ายรำ หรือเป็นการแสดงสลับฉากเพื่อรอการจัดฉากหรือตัวละครอื่นที่ยังแต่งตัวไม่เรียบร้อย การรำ  เดี่ยวบางครั้งก็เป็นการแสดง "เบิกโรง"


  




          ๒. รำคู่ แบ่งตามเนื้อหา มีสองลักษณะ คือ รำคู่ในเชิงศิลปะการต่อสู้ โดยไม่มีบทร้อง รำคู่ในชุดจากวรรณคดี เช่น ชุดหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา หนุมานจับนางเบญกาย เป็นต้น




          ๓. รำหมู่ โดยปกติการแสดงมากกว่า ๒ คนนั้น เราเรียกว่า "รำหมู่" โดยนับเอาจำนวนคน การรำหมู่ เช่น รำโคม รำวง เป็นต้น นอกจากนี้การแสดงพื้นเมืองของชาวบ้านก็ถือว่าเป็นการรำหมู่ได้เช่นกัน เช่น เต้นกำรำเคียว รำกลองยาว ท่ารำมีความหมายตามบท เช่น รำชุดรจนาเสี่ยงพวงมาลัย ใช้ผู้แสดงออกมารำ ๒ คน แต่ก็รำคนละบท  ลีลาของตัวละครก็ต่างกัน หรือรำอาวุธเราก็เรียกว่า "รำ" เพราะตัวละครทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันด้วยลีลาที่ต่างกัน


  







ขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.thaidances.com/data/15.asp